OOPS. Your Flash player is missing or outdated.Click here to update your player so you can see this content.

Gallery

Who's Online

We have 2 guests online

Statistics

Members: 270
News: 276
Web Links: 5
Visitors: 890176
You are here: Home
(84) สืบทอดบุคลิกภาพของพระคริสต์ (ตอน 1) PDF Print E-mail

คำนำ  คริสเตียน คือ ผู้ที่ติดตามพระคริสต์ หรือ สาวกของพระคริสค์ ดั่งมหาบัญชา (มธ.28.19)  "เจ้าทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติให้เป็นสาวกของเรา"  พระองค์ทรงสั่งให้เราออกไป "สร้างสาวก" และสาวกที่จะสร้างนั้นต้องสร้างให้เหมือนต้นฉบับที่สุด คือ สร้างให้เหมือนพระคริสต์  ซึ่งต้องเริ่มต้นที่ตัวของคริสเตียนเอง  คือ เริ่มต้นที่เรานั่นเอง

          ดังนั้นสาวกของพระคริสต์จึงสืบทอดบุคลิกภาพมาจากพระคริสต์  และสักวันหนึ่งเราทุกคนจะเป็นเหมือนพระคริสต์  (อฟ 4:13) "จนกว่าเราจะโตเป็นผู้ใหญ่เต็มที่ คือเต็มถึงขนาดความไพบูลย์ของพระคริสต์"  เพราะถ้าผู้คนสัมผัสลักษณะของพระคริสต์จากชีวิตของเราได้เมื่อไร  เมื่อนั้นผู้คนจะเชื่อในพระเจ้ามากยิ่งขึ้น  เพราะ "สิ่งที่เห็นด้วยตา  จะมีน้ำหนักมากกว่าสิ่งที่ได้ยินด้วยหู"

1. พระเยซูเป็นบุคคลที่ถ่อม

          -พระองค์ทรงถือกำเนิดอย่างถ่อมที่สุด ในรางหญ้าคอกวัว ในฐานะปุถุชน (ฟป.2.6-8) "ผู้ทรงสภาพของพระเจ้า แต่มิได้ทรงถือว่าการเท่าเทียมกับพระเจ้านั้นเป็นสิ่งที่จะต้องยึดถือ  แต่ได้กลับทรงสละ และทรงรับสภาพทาส ทรงถือกำเนิดเป็นมนุษย์  และเมื่อทรงปรากฏพระองค์ในสภาพมนุษย์แล้ว พระองค์ก็ทรงถ่อมพระองค์ลงยอมเชื่อฟังจนถึงความมรณา"....

          -พระเยซูทรงมีทั้งคำพูดและมีท่าทีที่ถ่อม ตัวอย่าง เมื่อพระเยซูโต้ตอบกับพวกยิว (ยน.8.42) 42พระเยซูตรัสกับเขาว่า  "ถ้าพระเจ้าเป็นพระบิดาของท่านแล้วท่านก็จะรักเรา   เพราะเรามาจากพระเจ้า   และอยู่นี่แล้ว   เรามิได้มาตามใจชอบของเราเอง   แต่พระองค์ทรงใช้เรามา"

          -สาวกของพระคริสต์ต้องถ่อมลงเหมือนพระคริสต์  ดังคำกำชับของพระองค์ใน  (มก 10:42-44) "พระเยซูจึงทรงเรียกเขาทั้งหลายมาตรัสว่า "ท่านทั้งหลายรู้อยู่ว่า ผู้ที่นับว่าเป็นผู้ครองของคนต่างชาติ ย่อมเป็นเจ้าเหนือเขา และผู้ใหญ่ทั้งหลายก็ใช้อำนาจบังคับ    แต่ในพวกท่านหาเป็นอย่างนั้นไม่ ถ้าผู้ใดใคร่จะได้เป็นใหญ่ในพวกท่าน ผู้นั้นจะต้องเป็นผู้ปรนนิบัติท่านทั้งหลาย   และถ้าผู้ใดใคร่จะเป็นเอกเป็นต้น ผู้นั้นจะต้องเป็นทาสสมัครของคนทั้งปวง"

2. พระเยซูเป็นบุคคลที่นบนอบต่อสิทธิอำนาจ

          -พระองค์ไม่ได้มีลักษณะชีวิตที่ขึ้นอยู่กับตนเอง (Independent) แต่ทรงยอมอยู่ภายใต้ผู้อื่น  พระองค์ไม่มีวิญญาณอิสระ ทรงยอมอยู่ภายใต้การปกคลุมของพระบิดา  แม้ในเวลาที่ทรงสภาพมนุษย์นั้น  พระองค์ทรงนบนอบต่อทุกสิทธิอำนาจ ทั้งต่อครอบครัวตลอด 30 ปี ที่ยอมอยู่ใต้การปกครอง หรือ การนบนอบต่อสิทธิอำนาจของจักรพรรดิ์ซีซาร์ในการเสียภาษี

          -พระองค์ไม่ทำอะไรตามใจตนเองหรือตามลำพัง แต่ทรงทำตามพระทัยของพระบิดา และเมื่อพระองค์ทรงทำอะไร  พระองค์ทรงร่วมกับพระบิดาและพระวิญญาณบริสุทธิ์  ตัวอย่างเมื่อพวกยิว

กล่าวหาพระเยซูเรื่องละเมิดสิทธิอำนาจพระเจ้าทำตัวเสมอพระบิดา   (ยน.5.19-20) เหตุฉะนั้นพวกยิวยิ่งแสวงโอกาสที่จะฆ่าพระองค์   มิใช่เพราะพระองค์ล่วงกฎวันสะบาโตเท่านั้น  แต่ยังได้เรียกพระเจ้าว่าเป็นบิดาของตนด้วย   ซึ่งเป็นการกระทำตนเสมอกับพระเจ้า 19พระเยซูตรัสกับเขาว่า  ?เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า   พระบุตรจะกระทำสิ่งใดตามใจไม่ได้   นอกจากที่ได้เห็นพระบิดาทรงกระทำ   เพราะสิ่งใดที่พระบิดาทรงกระทำ   สิ่งนั้นพระบุตรจึงทรงกระทำด้วย

          -เราในฐานะสาวกของพระคริสต์  แม้พระองค์จะประทานเสรีภาพแก่เรา  แต่เสรีภาพนั้นมิใช่ให้เสรีแก่เราในการจะทำอะไรตามใจปรารถนาก็ได้  แต่เป็นเสรีภาพที่ถูกต้องชอบธรรม  มีไว้เพื่อเราจะรับใช้พระเจ้าและรับใช้ผู้อื่นได้

            (กท 5:13) "ก่อนพี่น้องทั้งหลาย ที่ทรงเรียกท่านก็เพื่อให้มีเสรีภาพ อย่าเอาเสรีภาพของท่านเป็นช่องทางที่จะปล่อยตัวไปตามเนื้อหนัง แต่จงรับใช้กันและกันด้วยความรักเถิด"

            (ปต 2:16)  "ดำเนินชีวิตอย่างคนมีเสรีภาพ แต่อย่าใช้เสรีภาพนั้น เป็นข้ออ้างเพื่อจะทำความชั่ว แต่จงดำเนินชีวิตอย่างผู้รับใช้ของพระเจ้า"

3. พระเยซูเป็นบุคคลที่ผ่านการพิสูจน์

          -พระองค์ผ่านการพิสูจน์ชีวิตในทุกด้าน ทั้งเกิดอย่างต่ำต้อย ถ่อมลงรับบัพติสมาจากยอห์น  ทรงเดินเข้าสู่สนามทดสอบในถิ่นทุรกันดาร 40 วัน (มก.1.12-13)  และตลอดเวลาที่อยู่ในโลกนี้  พระองค์ผ่านการทดสอบทุกด้าน  ใน (มธ.4.15) ได้บอกเราว่า  พระเยซูทรงเป็นแบบอย่างทุกด้านในเรื่องความชอบธรรม

          (ฮบ.2.17-18) "เหตุฉะนั้นพระองค์จึงทรงต้องเป็นเหมือนกับพี่น้องทุกอย่าง   เพื่อว่าพระองค์จะได้ทรงเป็นมหาปุโรหิต   ผู้กอปรด้วยความเมตตาและความสัตย์ซื่อ   ในการกระทำกิจกับพระเจ้า   เพื่อลบล้างบาปของประชาชน 18เพราะเหตุที่พระองค์ได้ทรงทนทุกข์ทรมานและถูกลองใจ   พระองค์จึงทรงสามารถช่วยผู้ที่ถูกลองใจได้ "

            -เราทุกคนก็เช่นกันที่ต้องผ่านการพิสูจน์ชีวิต ต้องเข้าสอบเพื่อจะผ่านไปสู่การเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น  เพื่อเราจะเป็นสาวกของพระคริสต์ เพื่อจะสามารถรับใช้พระเจ้าและรับใช้พี่น้องได้ (2ทธ 2:21) "ถ้าผู้ใดชำระตัวให้พ้นจากสิ่งที่ไม่มีค่า เขาก็จะเป็นภาชนะที่มีค่า ซึ่งชำระให้บริสุทธิ์แล้ว เหมาะที่เจ้าของเรือนจะใช้ให้เป็นประโยชน์ พร้อมกับการดีทุกอย่าง"

            (1คร 3:13) "......... ไฟนั้นจะพิสูจน์ให้เห็นการงานของแต่ละคนว่าเป็นอย่างไร"

            (อฟ 5.10) "ท่านจงพิสูจน์ดูว่า ทำประการใดจึงจะเป็นที่ชอบพระทัยองค์พระผู้เป็นเจ้า"

            (2ทธ 2:15) "จงอุตส่าห์สำแดงตนว่าได้ทรงพิสูจน์แล้วเป็นคนงานที่ไม่ต้องอาย ใช้พระวจนะแห่งความจริงอย่างถูกต้อง"

 

 

 

 
< Prev   Next >